เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ ค้นหาด้วย google

ปรับขนาดตัวอักษร ปรับขนาดตัวอักษรขนาดเล็ก ปรับขนาดตัวอักษรขนาดกลาง ปรับขนาดตัวอักษรขนาดใหญ่

สำมะโนประชากรและเคหะ

สำมะโนการเกษตร

สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม

ผู้จัดการข้อมูล :: สกุลกานต์ 02-142-1240
ผู้ให้บริการข้อมูล :: 0 214-17500 - 03

ประเด็นคำถามที่ 1 สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม คืออะไร
คำชี้แจง
สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติเกี่ยวกับจำนวนและ ลักษณะที่สำคัญ ๆ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจทางการค้าธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรม การผลิตในสถานที่ตั้งที่แน่นอนทุกหน่วยทั่วประเทศ

ประเด็นคำถามที่ 2 ทำไมต้องจัดทำโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ.2555 คำชี้แจง
เนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในยุคโลกไร้พรมแดน มีผลทำให้โครงสร้างการดำเนินธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะการผลิตนับเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจสาขาหนึ่งที่มีบทบาทอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจของ ประเทศไทย โดยในแต่ละปีมีมูลค่าผลผลิตประมาณ 2 ใน 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) และก่อ ให้เกิดการจ้างแรงงานถึงประมาณ 5.8 ล้านคน ซึ่งจะเห็นได้ว่าโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก ในขณะที่ธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ มีมูลค่าผลผลิตประมาณ 1 ใน 5 ของ GDP และมีการจ้างงานประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งจะ เห็นได้ว่าทั้งด้านอุตสาหกรรมการผลิตและธุรกิจทางการค้า/การบริการ มีบทบาทสำคัญ ต่อระบบทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้นข้อมูลสถิติและสารสนเทศโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับการประกอบการดังกล่าว จึงมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับภาครัฐ และเอกชนในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ทั้งในระดับประเทศ และระดับจังหวัด เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีการค้าโลกต่อไป
สำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะผู้รับผิดชอบในการจัดทำข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญให้แก่ประเทศ จึงได้จัดทำสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรมขึ้น
ประเด็นคำถามที่ 3 ประโยชน์ข้อมูลสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2555
คำชี้แจง
   - ภาครัฐ

1) ใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจด้านธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิตทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจและอุตสาหกรรมให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก
2) ใช้ในการจัดทำดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจและภาวะการดำเนินกิจการ เช่น ผลิตภัณฑ์มวลรวม ตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิตของประเทศ สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต การบริการ เป็นต้น
3) ใช้ในการจัดทำแผนวิเคราะห์สถานการณ์ในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมของประเทศ
4 ) ใช้ประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายการออกกฎหมายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริม และกำหนดทิศทางการประกอบธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิต ให้เป็นไปตามแนวนโยบายที่กำหนดไว้
5 ) เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนจัดหาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อ สนับสนุน ธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ
6 ) ใช้ในการพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนเตือนภัยทางเศรษฐกิจและสังคม
7) ใช้เป็นกรอบตัวอย่างกลางในการจัดทำการสำรวจต่าง ๆ ด้านเศรษฐกิจร่วมกันของหน่วยสถิติต่าง ๆ

   - ภาคเอกชน
1) ผู้ประกอบการใช้ ในการวิเคราะห์วางแผนการดำเนินกิจการรวมทั้งเป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ และการวางแผนตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนขยายกิจการ/สาขา
2) ใช้เป็นกรอบในการเปรียบเทียบ (Benchmark) และกำหนดเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรม เพื่อการแข่งขัน
3) นักวิชาการ นักวิจัย และสถาบันการศึกษา นำไปศึกษาวิเคราะห์ต่อยอดสร้างนวัตกรรม เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนา ธุรกิจทาง การค้า ธุรกิจทางการบริการ และ อุตสาหกรรมการผลิตที่อยู่ในความสนใจ และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นคำถามที่ 4 หน่วยงานหลักที่มีการใช้ประโยชน์ข้อมูลสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม

คำชี้แจง
เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างด้านเศรษฐกิจ มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากทำให้หน่วยงาน หลักด้านเศรษฐกิจของประเทศ คือ กระทรวงอุตสาหกรรม (สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงพาณิชย์ มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่ทันสมัย เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ของประเทศและภูมิภาค โดยได้ร้องขอให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ ดำเนินการจัดทำสำมะโนอุตสาหกรรม ทุก 5 ปี โดยมีเหตุผลและความจำเป็น ดังนี้

1) ในช่วงปีระหว่างการทำสำมะโน หน่วยงานต่างๆ จะต้องใช้ข้อมูลสำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ ปี 2545 และสำมะโนอุตสาหกรรม ปี 2550 มาเป็นฐานในการคำนวณร่วมกับข้อมูลทางอ้อมอื่นๆ ประกอบการประมาณการ เมื่อเวลาผ่านไป 5 หรือ 10 ปี โครงสร้างด้านเศรษฐกิจ มีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะภาคการผลิต และการดำเนินธุรกิจการค้าและบริการต่างๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีฐานข้อมูลชุดใหม่มาประกอบในการใช้งาน มิฉะนั้นอาจจะทำให้การประมาณการผิดทิศทาง เกิดความคลาดเคลื่อนสูง ไม่เชื่อมั่น ขาดการตรวจสอบข้อมูลในการจัดทำตัวชี้วัด ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การจัดทำบัญชีประชาชาติของประเทศ (GDP) ดัชนีอุตสาหกรรมการผลิต ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาขายปลีก ตารางปัจจัยการผลิตของประเทศ เป็นต้น
2) หน่วยงานอื่นๆ เช่น ภาคเอกชน ใช้ในการศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบ สภาวะการ ทางเศรษฐกิจ หรือเป็นข้อมูลการตัดสินใจวางแผนการลงทุน การจ้างงานและขยายกิจการ รวมทั้ง ภาคสถาบันการศึกษา จำเป็นต้องใช้ในการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย และใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบในระดับภูมิภาค เพื่อการตัดสินใจในการลงทุนจากต่างชาติ
3) การจัดทำข้อมูลที่มีความต่อเนื่องจึงจะทำให้สามารถติดตามวิเคราะห์โครงสร้าง แนวโน้มด้านเศรษฐกิจให้ตรงกับข้อเท็จจริง ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณา กำหนดนโยบาย และวางแผนส่งเสริมพัฒนา ธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศได้ถูกทิศทาง รวมทั้งการกำหนดนโยบายการเงินของประเทศ ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา
4) เพื่อให้มีกรอบตัวอย่างกลางด้านสถานประกอบการที่ทันสมัยเป็นปัจจุบันในการดำเนินงานด้านสถิติ ของหน่วยงานต่างๆ ในประเทศ

ประเด็นคำถามที่ 5 การดำเนินงานโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2555 (สธอ. 55) แตกต่างจาก สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 (สปค. 53) อย่างไร

คำชี้แจง

สปค. 53

สธอ. 55

- สปค.53 เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลของประชากรจาก ครัวเรือน

- สธอ.55 เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก

สถานประกอบการ

- จัดทำทุก 10 ปี (ตามข้อเสนอแนะขององค์การ สหประชาชาติ)

- จัดทำทุก 10 ปี (ตามข้อเสนอแนะขององค์การ สหประชาชาติ) โดย :
      สำมะโนธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทาง การบริการ (สธ.) จัดทำทุก 10 ปี จัดทำมาแล้ว 3 ครั้ง ในปี 2509 2531 และ 2545
     สำมะโนอุตสาหกรรม (สอ.) จัดทำทุก 10 ปี จัดทำมาแล้ว 3 ครั้ง ในปี 2507 2540 และ 2550

 

- ปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้ประเทศต่าง ๆ มีการจัดทำสำมะโนด้านเศรษฐกิจทุก 2, 3, 5 ปี สำหรับประเทศไทยหน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจของประเทศเรียกร้องขอให้ สสช. จัดทำทุก 5 ปี

- ในปี 2555 จะครบรอบ 10 ปี การจัดทำ สธ. และครบรอบ 5 ปี การจัดทำ สอ.

- สสช. จึงดำเนินการจัดทำสำมะโนขึ้นพร้อมกัน เพื่อจักได้ประหยัดงบประมาณ โดยในขั้นตอนการนับจด ( listing ) เป็นการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นของสถานประกอบการต่างๆ ทุกประเภทโดยดำเนินการเพียงครั้งเดียว ส่วนการแจงนับข้อมูลรายละเอียด นั้นดำเนินการทั้งส่วนของธุรกิจทางการค้า ธุรกิจการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิต

ประเด็นคำถามที่ 6

คำชี้แจง
แผนการจัดทำสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2555 ครอบคลุมแผนงานตั้งแต่ ขั้นการวางแผนเตรียมงานจนถึงการนำเสนอผลข้อมูลเป็นเวลา 3 ปี คือ

ปี 2554

ปี 2555

ปี 2556

ประเด็นคำถามที่ 7 เก็บรวบรวมข้อมูลจากใคร (คุ้มรวมสถานประกอบการ)

คำชี้แจง

ไม่รวม : แผงลอยในตลาด แผงลอยและหาบแร่ และแผงลอยในศูนย์การค้า

ประเด็นคำถามที่ 8 ข้อมูลสถานประกอบการสามารถหาได้จากการจดทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วทำไมต้องทำสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ. ศ.2555

คำชี้แจง

ข้อมูลจากทะเบียนของหน่วยงานต่าง ๆ

ข้อมูลจากสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม

- แสดงจำนวนธุรกิจตามที่จดทะเบียน ซึ่งเป็นสถานประกอบการที่เป็นนิติบุคคลเท่านั้น

- แสดงข้อมูลจำนวนสถานประกอบการ ที่มีอยู่ จริง ทั้งที่เป็นนิติบุคคลและส่วนบุคคล

- เป็นการฉายภาพนิ่ง ณ ปีที่ทำการสำมะโน

- สถานประกอบการที่จดทะเบียนไว้แต่อาจ จะไม่ได้ดำเนินกิจการ หรือเลิกกิจการแล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

- แสดงข้อมูลสถานประกอบการที่ดำเนินการจริง

(ไม่รวมที่จดทะเบียนแต่ยังไม่ได้ดำเนินกิจการและที่เลิกกิจการ)

- การจัดจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสถาน- ประกอบการจะพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการขอตั้งนิติบุคคล (4 วัตถุประสงค์) โดยหน่วยงานเจ้าของเรื่องจะพิจารณากิจกรรมตาม วัตถุประสงค์แรก แต่ปฏิบัติจริงอาจเป็นข้อ อื่น ๆ

- จำแนกสถานประกอบการตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดำเนินการจริง

- หน่วยนับเป็น Enterprise

- หน่วยนับเป็นสถานประกอบการ ( Establishment)

- มีข้อมูลเพียงบางส่วน

- มีข้อมูลพื้นฐานอื่น ๆ ที่จำเป็นในการศึกษา วิเคราะห์ที่ไม่มีในทะเบียน เช่น จำนวนคนทำงาน ลูกจ้างและค่าตอบแทนแรงงาน รายรับค่าใช้จ่าย มูลค่าผลผลิต มูลค่าสินค้าคงเหลือ สินทรัพย์ถาวร เป็นต้น