ขณะนี้คุณอยู่ที่: หน้าหลัก ไอค่อน บทความเด่น ไอค่อนคนไทยมีรายได้แตกต่างกันแค่ไหน:: ผู้ให้บริการข้อมูล 0 214-17500 - 03

คนไทยมีรายได้แตกต่างกันแค่ไหน

จากการที่เศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความยากจน และการกระจายรายได้ โดยได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) จนถึงแผนพัฒนา ฯ ฉบับปัจจุบัน ส่งผลให้จำนวนคนจนลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่มีคนจน 22.1 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 42.3 ในปี 2531 ของประชากรทั้งประเทศ ลดลงเหลือ 5.1 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 7.75 ของประชากรทั้งประเทศในปี 2553

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเชิงประจักษ์ชี้ให้เห็นว่า income1 ประเทศไทยยังเผชิญกับปัญหาการกระจายรายได้ที่ไม่ เท่าเทียมกันของคนในสังคมไทย หากนำรายได้ประจำ 1/ต่อเดือนของครัวเรือนทั้งหมดมาเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก แล้วแบ่งครัวเรือนออกเป็น 5 กลุ่มเท่าๆ กัน หรือกลุ่มละ 20 % ของครัวเรือนทั้งหมด โดยกลุ่มครัวเรือนที่รายได้ ต่ำที่สุดในกลุ่มที่ 1 (ควินไทล์ที่ 1) เป็นกลุ่มครัวเรือนที่ยากจน และกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูงที่สุดในกลุ่มที่ 5 (ควินไทล์ที่ 5) เป็นกลุ่มครัวเรือนที่ร่ำรวย โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ปี 2554 พบว่า ครัวเรือนกลุ่มที่มีรายได้สูงที่สุด (กลุ่มที่ 5) มีรายได้คิดเป็นร้อยละ 48.6 ของรายได้ประจำทั้งหมดของทุกครัวเรือน โดยมีรายได้ประจำเฉลี่ยอยู่ประมาณ 63,011 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ประจำทั้งหมดของคนไทยอยู่ที่ครัวเรือน กลุ่มที่ 5 ซึ่งมีครัวเรือนเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ส่วนครัวเรือนกลุ่มที่ 1 มีรายได้ประจำเฉลี่ยต่อเดือนเพียง 5,141 บาทเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่า กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูงสุดมีรายได้มากกว่ากลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุดถึง 12.3 เท่า

income2
เมื่อเปรียบเทียบส่วนแบ่งรายได้ประจำของกลุ่มครัวเรือนดังกล่าว ในระหว่างปี 2543 - 2554 พบว่า กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูงสุดมีส่วนแบ่งรายได้ประจำอยู่ระหว่าง ร้อยละ 48 –  51 ของครัวเรือนทั้งประเทศ     ในขณะที่กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุดมีส่วนแบ่งรายได้ประจำอยู่ระหว่างร้อยละ 4 – 6 ของครัวเรือนทั้งประเทศ สถิติอีกตัวหนึ่งที่นิยมใช้เพื่อบ่งชี้ความแตกต่างของการกระจายรายได้ คือ สัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาค  (Gini coefficient) ซึ่งเป็นค่าที่แสดงความแตกต่างของรายได้ระหว่างครัวเรือน มีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 ถ้าค่าสัมประสิทธิ์ความ ไม่เสมอภาคมีค่าเข้าใกล้ 0 แสดงว่า การกระจายรายได้มีความแตกต่างกันน้อย หากค่านี้สูงขึ้นจะบ่งชี้ถึงการกระจายรายได ้มีความแตกต่างกันมาก ซึ่งจากข้อมูล พบว่า  การกระจายรายได้ของครัวเรือนยังมีความเหลื่อมล้ำกัน โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2554 ค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคอยู่ที่ 0.474  นั่นแสดงให้เห็นว่า ผลประโยชน์จากการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังตกอยู่กับคนรวยกลุ่มเล็กๆ  ยังไม่กระจายไปสู่คนกลุ่มใหญ่ของประเทศ กลายเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างเห็นได้ชัด

income

เมื่อเปรียบเทียบความรุนแรงของปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่า  ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำด้านรายได้รุนแรงมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อาทิเช่น ประเทศมาเลเชีย  กัมพูชา ฟิลิปปินส์  อินโดนีเชีย เวียดนาม และลาว  

income

จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยยังเผชิญกับปัญหา การกระจายรายได้มาอย่างต่อเนื่อง  จนทำให้เกิดความแตกแยกของสังคม และการเมือง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการลงทุน ทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ และการแข่งขันในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด นโยบายของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเงิน และด้านสังคมอื่นๆ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญอย่างหนึ่งของการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในกรณีของไทย คือ ความสามัคคีปรองดองของคนไทยเองที่จะทำให้เกิดพลัง และร่วมไม้ร่วมมือในการสร้างระบบ และช่วยกันแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมให้ได้อย่างจริงจัง